รู้บุญคุณ และตอบแทนคุณ

 กตัญญู คือความรู้บุญคุณ รู้คุณของผู้มีคุณ คือรู้ทั้งคุณความดี  รู้ทั้งคุณประโยชน์  การรู้คุณของผู้มีคุณนั้น เริ่มจากต้นแบบของบุญคุณ ได้แก่พ่อแม่ผู้เป็นต้นแบบของบุญคุณ รู้ว่าแม่มีความรักความปรารถนาดีต่อลูกตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง เพราะลูกอยู่ในท้องแม่นานถึง 8 -9 เดือนกว่าจะคลอดออกมา แม่ต้องลำบากตั้งแต่ลูกอยู่ในท้อง  ต้องอดเปรี้ยวอดหวาน  เดินต้องระมัดระวัง จะกินต้องระมัดระวัง สมัยแม่ยังสาวเคยกระโดดโลดเต้น สนุกสนานแต่พอแม่แต่งงาน แม่ตั้งครรภ์ แม่ต้องงด ต้องหยุด แม่เดินลูกเดินด้วย  แม่กินอะไรลูกก็แบ่งแม่กินด้วย  เราจะสังเกตเห็นว่าคนที่ตั้งครรภ์นั้นมีผิวพรรณเหลือง  ซีดเซียว เป็นเพราะลูกต้องคอยสูบกินเลือดตอลอเวลา  ในคราวที่แม่กินอาหาร จะแปรอาหารเป็นสารอาหาร  ลูกก็จะสูบกินสารอาหารจากแม่ผ่านลำใส้ ที่ผนังท้องไปสู่กระเพาะของลูก  การกินอาหารของแม่จึงเป็นการกินเผื่อชีวิต 2 ชีวิต และกินอยู่นานถึง 8 – 9 เดือน  แม่อุ้มท้องคนเดียว  นอนก็พานอนด้วย  เดินก็พาเดินด้วย จะฝากแม่  ฝากสามีให้อุ้มแทนก็ไม่ได้ จะฝากป้าฝากลุงให้อุ้มแทนก็ไม่ได้ เวลาแม่คลอดลูกไม่ว่าจะเป็นการคลอดโดยวิธีการใด ๆ ก็ตาม แม่ต้องเจ็บปวดเจียนตาย ต้องเสียเลือดมากมาย แม่ต้องเสี่ยงตายทุก ๆ ครั้ง ลองคิดดูให้ดี  พวกเราลูก ๆ ทุกคนทรมาน ทรกรรมแม่มาแล้วอย่างแสนสาหัสมามากเกินพอแล้วทั้งนั้น
 ความดีของแม่ที่กระทำกับลูก มีมากมายสุดที่จะพรรณานาได้หมด โบราณท่านกล่าวอุปมาไว้ว่า”เอาโลกมาทำปากกา เอาท้องนภามาทำเป็นกระดาษ เอาน้ำในมหาสมุทรเป็นน้ำหมึกวาด ประกาศพระคุณไม่พอ” พระคุณของแม่มีมากมายสุดที่จะนำมากล่าวได้หมดในหน้ากระดาษ และระยะเวลาเพียงเท่านี้ได้  เช่น บางครั้งแม่กำลังรับประทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อย ลูกเกิดขี้  เกิดเยี่ยวออกมา  แม่ก็ต้องวางช้อน  วางจานข้าวไว้ก่อนไปจัดการเช็ดล้างขี้ล้างเยี่ยวให้ลูกให้เรียบร้อยก่อนค่อยกลับมารับประทานอาหารต่อ โดยไม่มีท่าทีที่รังเกียจแม้แต่น้อยนิด ทั้งนี้เป็นเพราะความรักลูก ความเมตตาต่อลูก ดั่งบทเพลงค่าน้ำนมความตอนหนึ่งว่า “แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง  แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลัง เมื่อยังนอนเปล  แม่เราเฝ้าโอละเห่  กล่อมลูกน้อยนอนเปล ไม่ห่างหันเหไปจนไกล   แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม แม่ผ่ายผอม ย่อมเกิดแต่รักลูกปักดวงใจ  เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่   นี่ละหนาอาลัย มิใช่ไรหนาเพราะค่าน้ำนม …ครวญคิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้ ไม่มีอะไรเหมาะสม  โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม  เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน…..”เป็นต้น ในเนื้อหาสาระของบทเพลงนี้สะท้อนให้เห็นพระคุณของแม่อันยิ่งใหญ่  น้ำนมที่เราดื่มกินกันนั้นมันกลั่นมาจากเลือดจากอกของแม่  และเป็นเลือดที่ผสมมาจากคุณธรรม คือเมตตาธรรม แล้วจึงแปรมาเป็นน้ำนมให้เราดื่มกิน
 กตเวที คือการตอบแทนคุณ หรือการประกาศคุณ  การตอบแทนที่ดีที่สุด คือการประพฤติตนเป็นคนดี ทำให้แม่เบาใจ ทำให้แม่สบายใจ เพราะไม่มีความทุกข์ใดจะเท่าที่พ่อแม่เห็นลูกประสบความทุกข์  ความลำบาก หรือเห็นลูกประพฤติตนเป็นคนเลวทรามต่ำช้า  เห็นลูกเป็นคนสำมะเลเทเมา บางคนมีลูกเป็นคนพิกลพิการทางตา แขน ขา  แม่จะทุกข์ใจลำบากใจมากที่สุด  เพราะแม่จะห่วงใย  ประเภทที่ว่าเห็นลุกทุกข์แม่ก็ทุกข์ทวีเท่า   ในยามที่ลูกเสียชีวิตก่อนแม่  และมีแม่บางคนเคยพูดว่า “ลูกเอ๋ยไม่น่าตายเลย  หากแทนได้แม่ขอตายแทนลูกดีกว่า  เพระแม่แก่ชราแล้ว  ส่วนลูกกำลังตั้งหลักปักฐาน  กำลังสร้างฐานะ  อายุก็ยังน้อย” คำพูดเหล่านี้แม้จะไม่ใช่คำพูดที่สละสลวยไพเราะเพราะพริ้งดั่งคำพูดของจินตกวี  ตามบทละครฉากต่าง ๆ ที่เราท่านเคยฟังมาที่มีสำเนียงเสนาะเพราะพริ้ง  หากแต่คำพูดของแม่เป็นคำพูดที่ออกจากความจริงใจ  ความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เกิดจากความเสแสร้งแกล้งพูด  หวังประสบสอพลอ เพราะไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องมาเสแสร้งสอพลอ  ทั้งที่โดยความจริงแล้วแม่ทำดีกับลูก ๆ และมาตลอดมากมายกว่าที่ท่านพูดด้วยซ้ำไป
 การจะทำให้เกิดจิตสำนึกในพระคุณของแม่นั้น จะต้องนำมาระลึก ตรึกตรองบ่อย ๆ  คือ ต้องนำความรู้มาคิด มาพิจารณาบ่อย ๆ  มาคิดพิจารณาจนความรู้นั้นตกผลึก ตกตะกอนในจิตใจ เหมือนวัว ควายที่กินหญ้า จะต้องมาเคี้ยวเอื้องหญ้านั้นอีกรอบ คือ เคี้ยวบดให้หญ้าละเอียดอีกที่หนึ่ง หญ้านั้นจึงจะเป็นประโยชน์ต่อตัววัว ตัวควาย  การที่คุณธรรม คือความกตัญญู กตเวทีจะเกิดในจิตใจ จนแปรเป็นจิตสำนึกในพระคุณของแม่ได้นั้น  จะต้องนำความรู้ หรือที่รู้ที่เห็น ที่เคยอ่านมานั้นมาเคี้ยวเอื้องทางความคิด หรือนำมาปลูกฝังในจิตใจ หรือนำมาภาวนา คุณธรรมนั้นจึงจะเกิดขึ้น
 คุณธรรมหรือคุณความดีต้องปลูกฝังจึงจะเกิดขึ้น ไม่ใช่จะเกิดเองโดยธรรมชาติ  เพราะธรรมชาติหากขาดการปรับปรุงก็ไม่เกิดคุณค่าและราคา  เหมือนต้นไม้ ขอนไม้ตามป่า ตามทุ่ง แม้จะมีค่ามีราคาก็ราคาน้อย  แต่พอนำมาปรับ มาดัดแปลงให้เป็นโต๊ะ เป็นเก้าอี้  เป็นเสาบ้านเสาเรือน เป็นของใช้ต่าง ๆ ก็จะเกิดคุณค่าและมีราคาแพงมากขึ้น  ดินเหนียวตามทุ่งนา ไม่มีค่าไม่มีราคา แต่เมื่อนำมาปั้นเป็นแจกัน  ปั้นเป็นครก เป็นกระถางดอกไม้  ก็มีคุณค่าและมีราคาแพงมากขึ้น  เหมือนเสียงร้องไห้กับเสียงร้องเพลง ตั้งแต่ผู้เขียนเกิดมายังไม่เห็นที่ไหนอัดเทป  อัด C.D อัด VCD. เสียงร้องไห้ขายได้ เพราะเสียงร้องไห้เป็นธรรมชาติ  แต่เสียงเพลงมีขายทำเงินทำทองได้มากมาย เพราะเสียงเพลงมีการฝึกหัด  ฝึกฝนอบรมก่อนจะนำมาร้อง  เช่นเดียวกันกับการปลุกฝังคุณธรรม จริยธรรมในจิตใจของคน  ต้องนำธรรมนั้นมาคิดมาพิจารณา ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนั้นเป็นจริงหรือไม่อย่างไร  ให้นำเอากระธรรมมาสู่กระแสจิตคิดพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบถี่ถ้วน ที่เรียกว่านำมาภาวนา คือนำมาปลูกฝังในจิตใจให้เกิด ให้มีในจิตใจ เรียกว่าภาวนาหรือพัฒนาจิตใจให้มีคุณความดีเพิ่มขึ้น 

 ที่แม่กระทำมากับลูกทั้งหมดนั้น  แม่ไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนจากลูก ๆ  แม่จึงเป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่  ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาท่านจัดแม่ว่าเป็น”บุพพการี  คือ ผู้กระทำคุณความดีไว้ก่อน” คือ ทำมาก่อนตั้งแต่ที่ยังไม่เคยเห็นหน้าตาลูก  ทำมาก่อนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงผู้ชาย  ไม่รู้ว่านิสัยเป็นอย่างไรจะหัวดื้อ อกตัญญูหรือไม่  แต่แม่ทำดีกับลูกมาแล้ว  โดยไม่ลังเลสงสัย นี้เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า เป็นผู้ทำความดีที่จริงใจ ที่บริสุทธิ์ใจโดยแท้จริง พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงยกย่องแม่ว่าเป็นพระพรหมของลูก ๆ เป็นบูรพาจารย์ คือเป็นครูคนแรกของลูก ๆ  แม่เป็นพระประจำบ้านของลูก ๆ  แม่เป็นพระอรหันต์ของลูก ๆ  และพระองค์ทรงเปรียบแม่เป็นสิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่ประเสริฐมากมายหลายอย่าง

 การตอบแทนคุณของแม่นั้นหากแม่ของใครเสียชีวิต ลูกก็ตอบแทนโดยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้  หากอยู่ในภาวะหรือภพภูมิที่รับได้ท่านก็ได้รับ  หากรับไม่ได้ความดีที่เรากระทำนั้นก็ยังมีที่ตัวเราเหมือนเดิม  เหมือนลูกมีความรู้ เรียนสอบได้อันดับที่ดี ๆ ของสถาบันนั้น ๆ  แม่รู้แม่ก็ดีใจ ชื่นใจด้วย  พอใจในตัวลูก หากแม่ไม่รับรู้ในความรู้ ความเก่งของลูก  และความรู้ความดีนั้นก็ยังอยู่กับลูกเหมือนเดิม  และหากแม่ยังมีชีวิตอยู่ยิ่งมีวิธีการแสดงความกตัญญู  กตเวทีได้มาก เช่นทำดีกับแม่ คราวที่แม่เจ็บป่วยก็ช่วยรักษาพยาบาล  เอาใจใส่ดูแลสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของแม่ ลูกต้องเป็นคนขยันทำการทำงานสร้างฐานะการเงิน การงานให้มีหลักฐานที่มั่นคงยั่งยืนทั้งการเงิน การงาน ทำให้แม่ดีใจชื่นใจก็เป็นการตอบแทนแม่ที่ดีแล้ว  เพราะแม่ยังชีวิตจะกระทำได้หลายวิธี ขอให้พวกเราลูก ๆ ทุกคนอย่างประมาทพลาดโอกาศ  หนาวมาหาเสื้อผ้า หาผ้าห่มให้ห่มแม่กันหนาว  ร้อนมาหาเครื่องกำจัดความร้อนให้แม่  กระหายมา หาน้ำให้แม่ดื่ม   หิวมาหาข้าวอาหารให้แม่รับประทาน มีวิธีการสนองพระคุณแม่ได้มากมาย ขอให้พวกเราลูก ๆ ทุกคนพึงสำนึกตระหนักไว้ด้วยเถิด

เรื่องราวเกี่ยวกับวันแม่อื่นๆที่น่าสนใจ