วันแม่……..คำแม่สอน

ตลอดระยะเวลา แห่งการดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชอุตสาหะวิริยะ และพระราชปณิธานเฉกเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือความผาสุกของประชาชนและความก้าวหน้าของประเทศชาติ รวมทั้งพระราชจริยวัตรอันงดงาม กอปรกับพระปรีชาสามารถ อันเป็นที่ประจักษ์แจ้งทั้งในหมู่พสกนิกรชาวไทย และพระเกียรติคุณปรากฏขจรขจายไปทั่วโลก

นอกเหนือจากทรงเป็น ‘สมเด็จพระราชินี’ ผู้ประเสริฐแล้ว ยังทรงเป็น ‘แม่ของแผ่นดิน

จากหนังสือพิมพ์ธรรมลีลา ฉบับที่ 81 ส.ค. 50 โดย กองบรรณาธิการ

ส่วนใหญ่ให้ความสนใจในความเจริญทางด้านวัตถุอย่างเดียว น่าเสียดายที่พากันละเลยลืมสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การกวดขันอบรมด้านศีลธรรม อันหมายถึงการปลูกฝังความประพฤติที่ดีงาม ให้คนมีจิตใจเมตตา อารี ซื่อสัตย์ สุจริต…”

“…การให้การศึกษาที่ครบถ้วน ทั้งด้านศีลธรรมจรรยา วิชาสามัญและวิชาชีพนั้น เป็นการปูพื้นฐานอย่างสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นคนดี มีความสามารถ ซึ่งจะเป็นกำลังในการสร้างความเจริญมั่นคงของบ้านเมืองต่อไปในวันข้างหน้า…”

“…การที่คนเราได้รับการศึกษาที่ดีที่ครบถ้วน ทั้งหลักวิชาและหลักธรรมนั้น มีความสำคัญมาก เพราะทั้งสองสิ่งนี้เป็นรากฐาน และปัจจัยส่งเสริมให้คนเราสามารถ

พัฒนาตนเองและส่วนรวมได้อย่างแท้จริง…”

“…เมื่อคนเรามีวิชาความรู้ พร้อมทั้งศีลธรรมจรรยาอันดีงาม ย่อมสามารถทำงานหาเลี้ยงชีพและดำรงชีวิตอยู่ได้โดยสวัสดีและมั่นคง และผู้ที่ตั้งตัวได้เช่นนี้ ย่อมสามารถสร้างฐานะและความอยู่ดีมีสุขให้แก่ตัวและครอบครัว…”

“…บุคคลแม้จะเป็นผู้ที่ขาดความมั่นคงทางวัตถุ แต่ร่ำรวยยิ่งในด้านคุณธรรม มีความรักและห่วงใยในเพื่อนมนุษย์ จึงนับว่าเป็นผู้ที่พระพุทธศาสนายกย่องแล้วว่าเจริญ

แท้…”

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม อันเป็น “วันแม่แห่งชาติ” ด้วยนั้น จึงขอนำพระราชดำรัสที่ทรงพระราชทานแก่บุคคลในโอกาสต่างๆซึ่งรวบรวมมาจากเอกสารหลายฉบับมานำเสนอ เพื่อให้พวกเราได้น้อมนำ “คำสอน” ของพระองค์ท่าน ผู้ทรงเปรียบประดุจ “แม่ของแผ่นดิน” ไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัวและประเทศชาติต่อไป

แม่

พระราชภารกิจของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในฐานะทรงเป็น “สมเด็จแม่” ผู้ประเสริฐของพระราชโอรส และพระราชธิดาทุกพระองค์นั้น ถือเป็นแบบอย่างอันดีงามสำหรับสตรีไทยในการอบรมเลี้ยงดูบุตรธิดาของตน

ทั้งนี้ทรงมีพระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานฉลองปีสตรีระหว่างประเทศ เมื่อปี ๒๕๑๘ ความว่า “…หน้าที่สำคัญที่สุดของสตรีคือ การเป็นแม่ อบรมลูกให้มีสุขภาพกายและสุขภาพจิต สมบูรณ์ เพราะเยาวชนคือขุมพลังอันมีค่า ถ้าประชาชนมีจิตใจสูง เข้มแข็ง เสียสละ รู้จักประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ประเทศชาติจึงจะก้าวหน้าไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้…”

เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม และเป็น “วันแม่แห่งชาติ” กองบรรณาธรรมลีลา ขออัญเชิญพระราชนิพนธ์ส่วนหนึ่งของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ทรงกล่าวถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงเป็น “แม่” ที่เปี่ยมล้นคุณธรรม

ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่” จากวารสารชุมนุมจุฬา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๐ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้พระราชนิพนธ์ไว้ ดังนี้

“ในบรรดาคำพูดของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชาติใดภาษาใด คำว่า “แม่” ดูจะเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีมนต์ขลัง มีความหมายกินใจอย่างลึกลับและลึกซึ้งมากที่สุด เพราะอะไร ? ทุกคนย่อมมี “แม่” ผู้ให้กำเนิดเป็นเพื่อนเราคนแรกในโลกทีเดียว

องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็น “ครู” ที่เราเคารพและยึดมั่นในพระปัญญาคุณ พระกรุณาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณ แม้ว่าท่านจะเสียพระพุทธมารดาตั้งแต่ประสูติได้ ๗ วัน ท่านคงจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับแม่ไม่ต่างจากบุคคลอื่น สังเกตได้จากคำสอนในพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับแม่ทั่วๆ ไปที่จะยกขึ้นมา ก่อนที่จะกล่าวถึงแม่ “แม่” ของข้าพเจ้าคนเดียว

Image

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับแม่ไว้หลายครั้ง บ้างก็เอ่ยถึงพ่อแม่ควบกันไป บ้างก็เอ่ยเฉพาะแม่โดดๆ เช่น

ในโสณนนทชาตก มีคาถาที่กล่าวไว้ว่า

สุหทา มาตา มารดาเป็นผู้ใจดี

ชยนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้ให้เกิด

โปเสนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้เลี้ยงดู

โคเปนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้คุ้มครองรักษา

วิหญฺญนฺติ มาตา มารดาเป็นผู้เดือดร้อนเป็นห่วงเป็นใย

อนุกมฺปกา ปติฎฐา จ ปุพฺเพ รสทที จโน มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส มารดาเป็นผู้เอ็นดู เป็นที่พึ่ง เป็นผู้ให้รส (น้ำนม) มาก่อน เป็นทางแห่งโลกสวรรค์

ในสคาถวคฺด มีว่า

มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร มารดา เป็นมิตรในเรือนของตน

ในสพฺรหฺมสุตฺต มีว่า

พฺรหฺมาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า พรหมนี้เป็นชื่อของมารดาบิดา

ปุพฺพเทวาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุพพเทพเป็นชื่อของมารดาบิดา

ปุพฺพาจริยาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่าบุพพาจารย์เป็นชื่อของมารดาบิดา

จริงอยู่ ข้าพเจ้ามีแม่ที่มีคุณธรรมตรงกับพุทธภาษิตที่ยกขึ้นข้างต้นทุกประการ แต่ท่านมีตำแหน่งเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งหมายความว่า ท่านเป็น “แม่” ของคนทั้งชาติ แล้วก็เป็นแม่ “ส่วนตัว” ของข้าพเจ้าด้วย ทำให้เขียนเรื่องยากขึ้นอีก ทางที่ดีก็เลือกลักษณะอะไรเด่นๆ มาพูดสักอย่างเดียว คิดดูแล้วตกลงว่าจะเขียนถึงท่านในแง่เป็นบุพพาจารย์หรือเป็นครูคนแรก

คุณยายเล่าให้ฟังเสมอว่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จแม่กับน้า โปรดปรานการเล่นครูนักเรียนกับเด็กที่บ้าน โดยท่านจะเป็นครูและให้เด็กคนอื่นเป็นนักเรียน สมเด็จแม่ทรงมีวิธี การสอนหนังสือที่ดีอยู่แล้ว เด็กๆ ทั้งหลายจึงชอบเป็นลูกศิษย์ท่านกัน จนกระทั่งน้าร้องไห้เพราะไม่มีใครไปโรงเรียนของน้า ร้อนถึงคุณยายต้องมาเป็นตระลาการตัดสินคดีให้ แบ่งเด็ก ไปเข้าโรงเรียนของน้าบ้าง เมื่อการเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เป็นการยากสำหรับท่านเลยในการที่จะสั่งสอนและสอนหนังสือลูกๆ ด้วยพระองค์เอง ตอนเล็กๆท่านสอนให้พับกระดาษ เขียนรูปและทำการฝีมือต่างๆ โดยถือแนวว่าคนเราไม่ควรปล่อยเวลาว่างผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ ถ้าเรานั่งดู ที.วี. วันเสาร์อาทิตย์เฉยๆ โดยมือไม้ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์เป็นโดนกริ้ว

Image

ตอนบ่ายๆ ท่านไล่ให้ลงไปวิ่งเล่นข้างล่าง เพราะเด็กๆ ควรได้อากาศบริสุทธิ์ โตขึ้นท่านจะให้มีหน้าที่ดูแลสนาม ถอนหญ้าแห้วหมู และคอยตัดหญ้ากับต้นข่อยที่ดัดเป็นรูปต่างๆ เป็นการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรกท่านจะได้ดูว่ารับประทานที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะ และประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือท่านจะเลือกหนังสือดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟัง

หนังสือที่ท่านเอามาเล่าบางทีก็เป็นนิทานธรรมดาๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ และความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย นานๆ ทีก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด ๑ บาท

เป็นที่ขบขันกันในครอบครัวว่าหนังสือธรรมดาๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่ามันสนุกตื่นเต้นมีรสมีชาติขึ้นมาทันที ท่านจะเน้นระบายสี หยิบยกจับความที่น่าสนใจขึ้นมาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ที่เปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะ ก็อาศัยจำเอาจาก ที่สมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติม แล้วใช้ตอบข้อสอบ หรือเขียนรายงานส่งครูสบายๆ

เรื่องนิทานของสมเด็จแม่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้น คือเรื่องผี แต่ก่อนนี้พี่เลี้ยงไม่ยอมเล่าเรื่องผี พอไปโรงเรียนเพื่อนๆ ก็มาหลอก สมเด็จแม่ท่านว่า ถ้ามานั่งอธิบายว่าผีไม่มี จ้างก็ไม่เชื่อ ท่านจึงสำทับโดยการเล่าเรื่องผีที่น่ากลัวกว่าให้เข็ด

เมื่อตอนเล็กๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทย โดยการให้อ่านวรรณคดีเรื่องยืนโรงสามเรื่องคือ พระอภัยมณี อิเหนา และรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะๆ เช่น ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาแต่เล็กๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน

Image

ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างจะอ่อนและหนีเรียนอยู่เสมอ หลังจากฟังพระบรมราโชวาทของทูล กระหม่อมพ่อเรื่อง “ทำไมคนเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ” แล้ว สมเด็จแม่ก็ค่อยๆเริ่มสอนศัพท์อังกฤษให้ท่องให้อ่านหนังสือตามลำดับยากง่าย จนเดี่ยวนี้พอจะส่งภาษาฝรั่งมังฆ้องมังค่าได้ นอกจากจะเรียนหนังสือที่โรงเรียนแล้ว สมเด็จแม่ยังทรงจัดให้ลูกๆ เรียนพิเศษวิชาต่างๆ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งภาษา เลข ดนตรี วาดรูป

และแม้ว่าท่านไม่นิยมความฟุ่มเฟือย (ข้าวของทุกอย่างต้องใช้อย่างประหยัด) เรื่องการใช้จ่ายในเรื่องการเล่าเรียน การซื้อหนังสือ ท่านจ่ายอย่างไม่อั้น เพราะวิชาความรู้ทำให้เราสามารถทำงานช่วยคนหมู่มาก ช่วยบ้านเมืองได้ สมบัติใดๆ ย่อมไม่ประเสริฐเท่าการกระทำคุณงามความดีเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และวิชาความรู้

ตอนระยะหลังมานี้ พระราชกิจมีมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ในด้านการดูแลความเรียบร้อยของสถานที่ เวลามีใครมาเฝ้าฯ จนกระทั่งความเป็นอยู่ของราษฎร เวลาเสด็จออกเยี่ยมราษฎรทูลกระหม่อมพ่อมักจะทรงเป็นผู้แนะนำในทางด้านการชลประทาน การเกษตรเป็นส่วนใหญ่ เมื่อทรงพบคนเจ็บ ทั้งทูลกระหม่อมพ่อและสมเด็จแม่จะทรงให้หมอในขบวนเสด็จตรวจดู ถ้าป่วยมาก โปรดฯ ให้เข้าโรงพยาบาล และให้การศึกษาแก่คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีทุน

พระราชดำริที่สำคัญของสมเด็จแม่ในเรื่องของราษฎร คือการสนับสนุนอาชีพนอกจากการทำเกษตรกรรม บางปีการ เพาะปลูกจะไม่ได้ผลดีนัก ด้วยดินฟ้าอากาศไม่อำนวย เกษตรกรต้องเดือดร้อน บ้างก็ต้องทิ้งบ้านช่องไร่นาเข้าหางาน ทำที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเข้ามาทำงานในเมือง ดังนั้นเขาควรจะมีงานทำเพื่อเพิ่มพูนรายได้ สมเด็จแม่ทรงมีพระราชดำริว่า งานอุตสาหกรรมในครัวเรือนเป็นงานที่เหมาะสมมาก คนไทยเราเป็นผู้ที่มีฝีมือในทางการช่าง มีหัวทางศิลปะอยู่แล้วจึงสนับสนุนได้ไม่ยาก ก็โปรดเกล้าฯ สนับสนุนงานที่เหมาะสมกับแต่ละภาค เช่น การทอผ้า การจักสาน การทำตุ๊กตาไทย เป็นต้น

การส่งเสริมนั้นได้ทรงส่งข้าราชบริพารให้เข้าไปติดตามซื้อผลผลิตมาด้วยราคาที่เหมาะสม พระราชทานวัตถุดิบในการผลิตด้วยของที่นำมา เช่น ผ้ามัดหมี่ ก็ทอดพระเนตร ควบคุมคุณภาพ และจ่ายงานให้ผู้ผลิตด้วยพระองค์เอง โปรดการใช้สอยของที่ผลิตในประเทศไทย บางอย่างแม้ว่าจะแพงหน่อยถ้าเรามีสตางค์แล้วก็ควรจะจ่าย เช่น เราตัดเสื้อสักตัว คนที่ทอผ้าก็ได้เงิน แล้วต่อมาเจ้าของร้านตัดเสื้อลูกมือลูกจ้างอีกหลายคนก็ได้ด้วย เป็นการกระจายรายได้และป้องกันปัญหาการว่างงานด้วย

Image

เรื่องอื่นที่สมเด็จแม่พระราชทานพระราชดำริมีอีกหลายเรื่องที่สำคัญๆ คือ การจัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสนองคุณผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันประเทศชาติ การจัดละครรักชาติ เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ในระยะหลังๆ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษภาษาไทยกับท่านบ่อยอย่างแต่ก่อน แต่ก็ได้ศึกษาเรียนรู้ทัศนคติอันเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตมาก ยังเป็นครูที่ดีทีเดียว

ถึงแม้ว่าสมเด็จแม่จะทรงมีความคิดต่างๆ มากมาย และทรงบ่นเก่งเมื่อพวกเราทำผิด (ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร) ก็ทรงมีน้ำ พระทัยกว้างขวางที่จะยอมรับฟังความคิดของลูกๆ จริงอยู่ท่านไม่พอพระทัยถ้าเรา “เถียง” แต่ถ้าเป็นการ “ออกความเห็น” อย่างสุภาพก็ไม่ทรงว่าอะไรจะดีพระทัยเสียอีก ว่าเรารู้จักคิดเหตุผล

เรื่องของแม่มีอยู่มากมายเกินกว่าจะกล่าว นับว่าข้าพเจ้าเป็นผู้โชคดีที่มีทั้งพ่อและแม่ที่เป็นแนวทางให้ยึดถือได้อย่าง ภาคภูมิใจ ที่เขียนเรื่องนี้มิได้ตั้งใจอวดโม้ แต่เป็นเพียงบันทึกความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ บางประการเท่านั้น”

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงเล่าไว้ในหนังสือ “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” ว่า เมื่อทรงพระเยาว์ พระเจ้าลูกเธอทุกพระองค์ทรงปฏิบัติตามตารางเวลาที่พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางไว้โดยเคร่งครัด เช่น

“เช้าต้องดูหนังสือ กินข้าวแล้วเดินไปโรงเรียน ตอนบ่ายกลับมาขึ้นเฝ้าฯ ให้ท่านเห็นหน้าเห็นตา บ่ายสองสามโมงออกอากาศ (เดินเล่น) ห้าโมงขึ้นมากินข้าวเย็น…ทุ่มหนึ่งก็เข้านอน”

Image

ขณะเดียวกัน ยังทรงเล่าไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “สมเด็จแม่กับการศึกษา” ว่า

“เวลาไหนที่พอจะมีเวลา ไม่มีพระราชกิจ สมเด็จแม่ทรงใช้เวลาไปในการอบรมพวกเราเสมอ การอบรมทรงมีมาตรการ หลายอย่างที่ได้ผล เช่น…เมื่อข้าพเจ้าอาละวาด ก็เสด็จมาอาละวาดให้ดูจนข้าพเจ้างงตะลึง และก็ทรงถามว่า ทำแบบนี้ดี หรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ดีก็ไม่ควรทำ ข้อนี้ได้ผล เพราะโตขึ้นมา ข้าพเจ้าไม่เคยอาละวาด เอะอะ หรือกระแทกกระทั้นอะไรเลย ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหน…การที่ให้พี่น้องรักกันนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่พยายามที่สุด ถึงจะมีพี่เลี้ยงช่วยเลี้ยง สมเด็จแม่ให้มีพี่เลี้ยงหรือผู้คนรวมๆ กัน ไม่ใช่ว่าเป็นคนของคนโน้นคนนี้ กับข้าพเจ้าท่านก็จะรับสั่งถึงพี่หญิง พี่ชาย และน้องเล็ก เช่น เห็นข้าพเจ้ามีอะไร ท่านจะรับสั่งทันทีว่า ของนี้พี่หญิงคงชอบให้ซื้อส่งไปให้พี่หญิง วีดิโอนี้พี่หญิงต้องชอบแน่ๆ ให้อัดส่งให้พี่หญิงด้วย ความจริงท่านจะส่งพระราชทานเองก็ได้ แต่นี่เป็นการเตือนให้พี่น้องรู้จักคิดถึงกัน พี่ชายกับน้องเล็กไม่ค่อยจะเป็นปัญหานัก เพราะว่าอยู่เมืองไทยก็รวมกันอยู่แล้ว และมีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆ…เรื่องการรับผิดชอบตนเอง และความรับผิดชอบในหน้าที่เป็นเรื่องที่ทรงเน้นมาก เมื่อมีหน้าที่อะไรก็ต้องทำอย่างเต็มใจ เช่น เมื่อตอนเด็กๆ ก็โปรดเกล้าฯ ให้ตามเสด็จฯ งานบางงาน เมื่อโตขึ้นก็มีมากขึ้นตามลำดับ ทรงสอนให้รู้จักอดทน และภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือ พี่น้องร่วมชาติที่ด้อยโอกาส และมีความละอายใจ ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ได้”

จากหนังสือพิมพ์ธรรมลีลา ฉบับที่ 81 ส.ค. 50 โดย กองบรรณาธิการ
ผู้จัดการออนไลน์ 3 สิงหาคม 2550 12:38 น.

พระราชดำรัสและพระราโชวาทของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินาถดัง “คำสอนของแม่” ข้างต้น คงจะทำให้พวกเราที่เป็น“แม่” หรือ “ลูก” หรือเป็นทั้งแม่และลูกได้ข้อคิด และคติสอนใจในการดำเนินชีวิตที่ดีว่าควรปฏิบัติเช่นไร โดยเฉพาะใน “วันแม่แห่งชาติ” นี้ พระองค์เคยพระราชทานคำขวัญไว้สำหรับคนเป็น “แม่” ว่า “หน้าที่ของผู้หญิงอันยิ่งใหญ่ ไม่มีใดเหนือกว่าหน้าที่แม่ “ และสำหรับผู้เป็น “ลูก” พระองค์ก็ได้พระราชทานคำสอนไว้ว่า “ให้ของขวัญวันแม่นับแต่นี้ โดยทำดีต่อพ่อแม่ก่อนแก่เฒ่า ให้ท่านได้ประจักษ์รักของเรา ดีกว่าเฝ้าทำบุญให้เมื่อวายชนม์”

เรื่องราวเกี่ยวกับวันแม่อื่นๆที่น่าสนใจ